วิธีลดน้ำตาลในเลือด นั้นคนส่วนมากมักคิดว่าต้องทำที่โรงพยาบาล หรือให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือแค่เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง การดูแลสุขภาพร่างกายนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะวิธีลดน้ำตาลในเลือด ที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่ารักษาราคาแพง แต่สามารถเริ่มได้ง่ายๆ ที่บ้านทุกวัน และเห็นผลลัพธ์ที่ดีอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับความขยัน อดทน และตั้งใจของตัวเองเป็นหลัก

ซึ่งโรคเบาหวานนั้นเป็นโรคที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงจากพันธุกรรมที่สืบต่อกันมา โดยในปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานเกิดขึ้นจำนวนมาก อีกทั้งยังพบในเด็กที่มีอายุน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นการดูแลตัวเองด้วยวิธีลดน้ำตาลในเลือดเหล่านี้เป็นประจำ ต่อให้ไม่เป็นเบาหวานก็ยังมีข้อดีอยู่มาก รวมถึงช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคภัยต่างๆ ยิ่งขึ้น

10 วิธีลดน้ำตาลในเลือด แบบง่ายๆ ห่างไกลเบาหวาน

[row label=”1. ออกกำลังกายเป็นประจำ”]

[col span__sm=”12″]

ออกกำลังกาย

1. ออกกำลังกายเป็นประจำ

วิธีลดน้ำตาลในเลือดแบบนี้ เป็นสิ่งแรกที่จะช่วยให้ร่างกายดีขึ้นได้แบบองค์รวม ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องเบาหวานเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกล้ามเนื้อ และแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น การออกกำลังกายจะช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้งานมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ควบคุมปริมาณน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

[/col]

[/row]
[row label=”2. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์”]

[col span__sm=”12″]

อาหารที่ช่วย เสริมสมรรถภาพทางเพศ

2. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์

วิธีลดน้ำตาลในเลือดที่ดีที่สุดก็คือการเลือกกิน เพราะผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีค่าน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นได้ง่ายมากที่สุดจากการทานอาหาร แต่เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่บริโภคข้าวเป็นหลัก ซึ่งข้าวจะเข้าไปเปลี่ยนเป็นน้ำตาล และอาจทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ ดังนั้นต้องเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ที่สุด เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไม่ขัดสี ทานขนมปังโฮลวีต หรือขนมปังธัญพืชแทน

[/col]

[/row]
[row label=”3. ทานผักมากกว่าปกติ”]

[col span__sm=”12″]

สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

3. ทานผักมากกว่าปกติ

วิธีลดน้ำตาลในเลือดที่นอกจากจะส่งผลดีต่อเบาหวานแล้ว ยังช่วยให้ร่างกาย ผิวพรรณ และทุกส่วนดูดีขึ้นได้ ก็คือการทานผัก เพราะไฟเบอร์จากผักจะช่วยชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรตจากแป้งที่ทานเข้าไป วิธีลดน้ำตาลในเลือดด้วยผักที่ดีก็คือ ผักที่มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ เช่น ผักบุ้ง ผักใบเขียว หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

[/col]

[/row]
[row label=”4. ดื่มน้ำให้บ่อย”]

[col span__sm=”12″]

ดื่มน้ำ

4. ดื่มน้ำให้บ่อย

วิธีลดน้ำตาลในเลือดด้วยการดื่มน้ำ จะช่วยลดความกระหายน้ำหวานได้มากขึ้น ควรดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ เพราะเป็นน้ำที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด และเสริมความชุ่มชื้นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการดื่มน้ำเยอะยังช่วยให้ตับทำหน้าที่ขับน้ำตาลส่วนเกินในเลือดออกไปทางการปัสสาวะได้อีกด้วย

[/col]

[/row]
[row label=”5. ทานอาหารมื้อเล็กๆ ให้บ่อยขึ้น”]

[col span__sm=”12″]

[row_inner]

[col_inner span__sm=”12″]

ทานอาหาร

5. ทานอาหารมื้อเล็กๆ ให้บ่อยขึ้น

วิธีลดน้ำตาลในเลือดที่ง่ายที่สุดนั้นไม่ยาก เพียงแค่แบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ แต่ทานบ่อยขึ้น ก็จะช่วยให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดนั้นคงที่ และลดลง ดีกว่าการทานอาหารมื้อใหญ่ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายรับน้ำตาลมากขึ้นปริมาณมากในคราวเดียว

[/col_inner]

[/row_inner]

[/col]

[/row]
[row label=”6. ทานอาหารน้ำตาลต่”]

[col span__sm=”12″]

ลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง

6. ทานอาหารน้ำตาลต่ำ

วิธีลดน้ำตาลในเลือดอย่างตรงประเด็นมากที่สุดก็คือ การไม่ทานน้ำตาลมาก หรือลดอาหารที่มีน้ำตาลสูงออกไป ให้การทานอาหารแต่ละมื้อนั้นได้รับน้ำตาลน้อยที่สุด ซึ่งอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำก็มีมากมาย เช่น ไข่ ธัญพืช ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว มันเทศ ข้าวโพด เป็นต้น

[/col]

[/row]
[row label=”7. ผ่อนคลายจากความเครียด”]

[col span__sm=”12″]

ผ่อนคลายจากความเครียด

7. ผ่อนคลายจากความเครียด

วิธีลดน้ำตาลในเลือดที่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเองก็คือ การผ่อนคลายจากความเครียด เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดการกระตุ้นระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้น เพราะเมื่อเกิดความเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำหน้าที่ให้รู้สึกหิวของหวานก็จะทำงานมากขึ้น ทำให้อยากของหวาน และฮอร์โมนกลูคากอนที่ทำให้กลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้นก็ถูกหลั่งออกมา ส่งผลให้อาหารที่ทานเข้าไปกลายเป็นตัวช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

[/col]

[/row]
[row label=”8. พักผ่อนให้เพียงพอ”]

[col span__sm=”12″]

หลับสนิท

8. พักผ่อนให้เพียงพอ

วิธีลดน้ำตาลในเลือดอื่นๆ จะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าขาดซึ่งการพักผ่อนที่เพียงพอ เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแหว่ง และทำให้รู้สึกอยากของหวานเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับตัวเอง ดังนั้นการพักผ่อนวันละ 8 ชั่วโมงจึงไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเครียด พักฟื้นร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่ยังช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ทำให้ไม่อยากของหวานอีกด้วย

[/col]

[/row]
[scroll_to title=”ดื่มน้ำขิง” link=”ginseng”]

[row label=”9. ดื่มน้ำขิง”]

[col span__sm=”12″]

น้ำขิง

9. ดื่มน้ำขิง

วิธีลดน้ำตาลในเลือด สำหรับคนที่ชื่นชอบดื่มน้ำขิงเป็นประจำก็นับว่าโชคดีมาก เพราะขิงมีสรรพคุณที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้เป็นอย่างดี และสารในขิงก็ยังส่งผลต่อการเพิ่มของอินซูลินได้อีกด้วย ซึ่งมีทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้ศึกษาและพบว่า การนำขิงมารับประทานจะช่วยบำรุงร่างกายและรักษาอาการเบาหวานได้อีกด้วย

[/col]

[/row]
[scroll_to title=”ถั่งเช่าทิเบต” link=”cordyceps”]

[row label=”10. ถั่งเช่าทิเบต”]

[col span__sm=”12″]

ถั่งเช่าทิเบต

10. ถั่งเช่าทิเบต

วิธีลดน้ำตาลในเลือดตัวสุดท้ายคือ ถั่งเช่าทิเบต ที่เป็นสมุนไพรในแถบทิเบตและจีนมานานหลายร้อยถึงนับพันปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เนื่องจากมีสรรพคุณด้านบำรุงร่างกายหลากหลายด้านมาก จนได้ชื่อว่า ราชาแห่งสมุนไพร โดยคุณสมบัติของถั่งเช่าทิเบตที่โดดเด่นก็คือ เรื่องของการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะมีสารสำคัญคือ สารคอร์ไดเซปิน สารโพลีแซคคาไรด์ เบต้ากลูแคน และอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายให้ดีขึ้น

วิธีลดน้ำตาลในเลือดเหล่านี้สามารถเลือกปฏิบัติได้ตามความเหมาะสมและความพร้อมของแต่ละคน ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้น้ำตาลในเลือดกลับมามีระดับปกติ หรือดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน อีกทั้งในความเป็นจริงแล้ว ถั่งเช่าทิเบตไม่เพียงแต่จะรักษาโรคเบาหวานได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถบำรุงร่างกายได้ทุกส่วน และต้านโรคร้ายได้สารพัด ทั้งมะเร็ง เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ นับเป็นสมุนไพรที่ควรจะศึกษาและรับประทานเป็นประจำเพื่อบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

[/col]

[/row]