บทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสรรพคุณขมิ้นชัน สมุนไพรอันแสนมหัศจรรย์ชนิดนี้กันให้มากขึ้น เชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนคงเคยใช้สูตรสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อบำรุงผิวพรรณกันมาบางอย่างแน่นอน และหนึ่งในสมุนไพรยอดนิยมสำหรับการบำรุงผิวนั่นก็คือขมิ้นชันชันนั่นเอง ซึ่งการใช้ขมิ้นชันชันในการบำรุงผิวพรรณและใช้เป็นยาสมุนไพรนั้นก็มีกันมาตั้งแต่สมัยโบราณนานมาแล้ว โดยเฉพาะการนำขมิ้นชันไปใช้สำหรับการประกอบอาหาร เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่กับคนไทยและอยู่คู่ครัวไทยมาอย่างช้านาน

ขมิ้นชัน1. ข้อมูลทั่วไปของขมิ้นชัน

ขมิ้นชันชัน (Turmeric) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma longa Linn. สำหรับในประเทศไทยก็จะมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกอย่างเช่น ขมิ้นชันแกง ขมิ้นชันชัน ขมิ้นชันหยอก ขมิ้นชันหัว ขี้มิ้น ตายอ สะยอ และหมิ้น เป็นต้น โดยขมิ้นชันจัดเป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงมีลักษณะเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเหง้าเป็นรูปไข่ มีรูปร่างอ้วนสั้น แตกแขนงเป็นรูปทรงกระบอกออกทางด้านข้างทั้ง 2 ด้านตรงข้ามกัน โดยจะแทงเหง้าเรียงเป็นวงซ้อนทับกัน เนื้อในเป็นสีเหลือง สีเหลืองเข้ม จนถึงสีส้มจัด มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว เป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุหลายปี สูงประมาณ 30-95 เซนติเมตร ลักษณะใบเป็นรูปใบหอก ช่อดอกจะแทงออกจากเหง้าแทรกขึ้นมาระหว่างก้านใบ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารและทำตำรับยาหลายขนาน

2. สารสำคัญและคุณค่าทางโภชนาการของขมิ้นชัน

อย่างที่ทราบกันดีว่าขมิ้นชันนั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีการใช้งานกันมาอย่างยาวนาน และเป็นเครื่องเทศที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชียบ้านเรา มีรสเผ็ดร้อนและมีรสขมเล็กน้อย นิยมนำมาประกอบอาหารประเภทแกงเนื่องจากมีสีสันและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ โดยสารสำคัญที่มีอยู่ในขมิ้นชันก็จะพบอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่มก็คือ เคอร์คูมิน (curcumin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ขมิ้นชันมีสีเหลืองนั่นเอง โดยสารชนิดนี้จะเป็นสารในกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (curcuminoid) ซึ่งเป็นสารประเภทโพลีฟีนอล (polyphenols) และสารในกลุ่มน้ำมันหอมระเหย monoterpenoids นอกจากนี้ขมิ้นชันก็ยังมีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ โดยประกอบไปด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร รวมไปถึงวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ อย่างเช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โซเดียม วิตามินเอ วิตามินบีรวม เป็นต้น

สรรพคุณขมิ้นชัน สุดยอดสมุนไพรโบราณที่แพทย์แผนไทยนิยมนำมาปรุงยา

3. สรรพคุณขมิ้นชัน

ต้องบอกว่าขมิ้นชันนั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนาน โดยทางแพทย์ไทยแผนโบราณก็ได้มีการนำขมิ้นชันมาทำเป็นตำรับยาหลายขนาน โดยในปัจจุบันก็ได้มีการศึกษาค้นคว้าและทดลองเกี่ยวกับคุณสมบัติทางเคมีของขมิ้นชันเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการแพทย์ทางเลือก โดยในปัจจุบันขมิ้นชันนั้นก็ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสรรพคุณทางยาของขมิ้นชันนั้นก็สามารถใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกเลยทีเดียว สำหรับสรรพคุณของขมิ้นชันมีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อใช้รักษาภายในก็จะช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
  2. จุกเสียดแน่นท้อง
  3. แก้ท้องเสีย
  4. ช่วยทำให้เจริญอาหาร
  5. บำรุงธาตุ
  6. แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ
  7. อาการปวดประจำเดือน
  8. ลดอาการอักเสบ
  9. แก้หวัด ลดไข้
  10. ขับปัสสาวะ
  11. ช่วยฟอกเลือด
  12. ป้องกันโรคหนองใน
  13. บรรเทาอาการไอและมีเสมหะ
  14. ต้านวัณโรค
  15. ต้านมะเร็ง
  16. ระงับเชื้อแบคทีเรียบางชนิด
  17. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  18. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  19. ปกป้องเซลล์สมอง และช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอลได้ดี

ส่วนสรรพคุณของขมิ้นชันเมื่อนำมาใช้เป็นยาภายนอกก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดบวมฟกช้ำ ช่วยสมานแผล ห้ามเลือด แก้เคล็ดขัดยอก น้ำกัดเท้า กลากเกลื้อน ชันนะตุ ช่วยบรรเทาอาการผื่นคันบริเวณผิวหนัง แมลงสัตว์กัดต่อย ลดอาการอักเสบ และที่นิยมนำขมิ้นชันมาใช้กันมากก็คือการนำมาบำรุงผิวพรรณนั่นเอง

4. ตำรับยาของขมิ้นชันและการนำไปใช้

การนำขมิ้นชันไปใช้นั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้แบบเหง้าสด เหง้าแห้ง แบบผง แบบแคปซูล หรือใช้ในรูปสารสกัดของขมิ้นชัน รวมไปถึงการนำมาบริโภคโดยด้วยการประกอบอาหารอย่างเช่น แกงไตปลา แกงเหลือง แกงฮังเล ข้าวหมกไก่ ผงกะหรี่ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ทำสีย้อมผ้า ใช้เป็นยาสมุนไพร และใช้บำรุงผิวพรรณอีกด้วย โดยตำรับยาของขมิ้นชันตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขในการใช้รักษาแผลหรือแมลงกัดต่อย ก็ให้นำผงขมิ้นชันชัน 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันหมู 2-3 ช้อนโต๊ะแล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนกลายเป็นสีเหลือง นำน้ำมันที่ได้มาใส่แผล หรืออาจจะทำขมิ้นชันจนละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาใส่แผลก็ได้ ในการรักษากลากเกลื้อนก็ให้นำผงขมิ้นชันผสมกับน้ำนำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน 2 ครั้งต่อวัน ส่วนการใช้ขมิ้นชันเพื่อรักษาอาการท้องเสียก็ให้นำผงขมิ้นชัน 1 กรัมมาผสมน้ำผึ้งเล็กน้อยแล้วปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานหลังอาหารวันละ 3 เวลา โดยรับประทานครั้งละประมาณ 3-5 เม็ด ส่วนการรับประทานขมิ้นชันในรูปแบบของแคปซูล ก็แนะนำให้รับประทานครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 4 ครั้งหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน เพื่อช่วยบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ส่วนการนำขมิ้นชันไปใช้ภายนอกเพื่อบำรุงผิวพรรณนั้นก็นิยมนำผงขมิ้นชันมาผสมเข้ากับส่วนผสมอื่น ๆ อย่างเช่น ดินสอพอง โยเกิร์ต นมสด น้ำผึ้ง น้ำมะนาว แล้วนำไปนวดหรือพอกบริเวณที่ต้องการแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม เรียบเนียน ดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุให้เกิดสิว ช่วยสมานแผล และช่วยลดรอยแผลเป็นลงได้

5. ข้อควรระวังในการใช้ขมิ้นชัน

ถึงแม้ว่าขมิ้นชันจะมีประโยชน์มากมายและไม่เป็นอันตรายแต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้อยู่ด้วยเช่นกัน อย่างแรกก็คือไม่ควรใช้ขมิ้นชันติดต่อกันเป็นเวลานานและรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไป โดยไม่ควรรับประทานเกิน 1,500 มิลลิกรัมต่อวันเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติขึ้นได้ รวมไปถึงผลข้างเคียงจากการใช้ขมิ้นชันในบางรายก็อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ เวียนศีรษะ สำหรับในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก รวมไปถึงผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อน หากต้องการรับประทานขมิ้นชันก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะรับประทาน นอกจากนี้ในกลุ่มของผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ รวมไปถึงพวกที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขมิ้นชันเพราะขมิ้นชันนั้นอาจมีผลในการชะลอกระบวนการแข็งตัวของเลือดได้นั่นเอง ที่สำคัญคือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดีหรือเป็นนิ่วในท่อน้ำดีนั้นไม่ควรรับประทานขมิ้นชันเพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้ ส่วนผู้ชายที่ต้องการจะมีบุตรก็แนะนำให้งดรับประทานขมิ้นชันไปก่อนเพราะขมิ้นชันอาจเข้าไปลดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและการเคลื่อนไหวของตัวอสุจินั่นเอง
ในปัจจุบันขมิ้นชันนั้นเป็นสมุนไพรที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย มีความปลอดภัยสูง และมักจะไม่มีผลข้างเคียงในการใช้ อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่ายและมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป แต่ทั้งนี้ในการรับประทานขมิ้นชันหรือนำขมิ้นชันมาใช้นั้นก็ควรที่จะใช้งานในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขหรือตามคำแนะนำของบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้การเลือกใช้ขมิ้นชันที่มีการนำมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ควรที่จะเลือกดูผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีมาตรฐานรองรับเพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในการบริโภคนั่นเอง

19 สรรพคุณขมิ้นชัน สมุนไพรมหัศจรรย์ ที่แพทย์แผนโบราณใช้งานมาอย่างยาวนาน
19 สรรพคุณขมิ้นชัน สมุนไพรมหัศจรรย์ ที่แพทย์แผนโบราณใช้งานมาอย่างยาวนาน 1

บทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสรรพคุณขมิ้นชัน สมุนไพรอันแสนมหัศจรรย์ชนิดนี้กันให้มากขึ้น เชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนคงเคยใช้สูตรสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อบำรุงผ

Editor's Rating:
5