12 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ต้องลอง!!หากไม่อยากเสี่ยงอันตรายจากโรคเบาหวาน!

การเลือกวิธีลดน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานมีน้ำตาลในเลือดลดลง แม้ว่าโรคเบาหวานจะเกิดจากพันธุกรรมหรือพฤติกรรมการกินของคุณเองก็ตาม ยิ่งสมัยนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น และหากพบว่าตัวคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่าเพิ่งตกใจเกินไป ตั้งสติและคิดหาทางแก้ไขเพื่อช่วยให้สุขภาพของคุณกลับมาให้ดีดังเดิม ซึ่งคุณจะต้องหันมาใช้วิธีควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยปัจจุบันสามารถเลือกใช้สูตรที่หลากหลายในแบบฉบับธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งยาใดๆ ที่นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังช่วยลดน้ำตาลในเลือดลงอีกด้วย

12 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ด้วยวิธีธรรมชาติ

12 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ต้องลอง!!หากไม่อยากเสี่ยงอันตรายจากโรคเบาหวาน! 1

1.หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เพราะการออกกำลังกายจะช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพที่แข็งแรง และยังช่วยลดอาการของโรคเบาหวานไม่ให้รุนแรงมากกว่าเดิม ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติก็จริงแต่จะต้องเลือกประเภทการออกกำลังกายที่มีความเหมาะสมจากโดยพิจารณาจากอายุ ความถนัด และโรคประจำตัว โดยการออกกำลังกายจะช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานมากขึ้น ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดค่อยๆ ลดลงได้อย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคเบาหวานสามารถเลือกประเภท แอโรบิกอย่าง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ กายบริหาร รำมวยจีน ฯลฯ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ก่อให้เกิดแรงกระแทกรุนแรงและทำให้ร่างกายทุกส่วนสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง ควรหมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง ครั้งละ 20-40 นาที ยิ่งร่างกายมีการเคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งลดปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้มากขึ้น

healthy-eating-diet-concept-natural-food

2.ควบคุมอาหาร

หลักการรับประทานอาหารในผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะต้องเน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจากการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในปริมาณอาหารที่ได้สัดส่วนและเหมาะสม เพราะหากร่างกายรับอาหารในปริมาณมากไปก็อาจมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หากอาหารมีปริมาณน้อยเกินไปก็จะไม่เพียงพอต่อความต้องการร่างกายทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนเกิดอันตรายตามมาได้

plaid-box-full-whole-grains-glutinous

3.เลือกทานอาหารลดน้ำตาลในเลือด

อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low glycemic index) ไม่ว่าจะเป็น ไข่ ธัญพืช ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว มันเทศ ข้าวโพด ส้ม หากทานประจำจะเป็นผลดีต่อสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานมาก เพราะเป็นกลุ่มอาหารที่กินไปแล้วจะไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งการเลือกอาหารที่จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดอย่าง ขิง อบเชย กระเทียม แอปเปิ้ลเขียว ซึ่งนอกจากสมุนไพรและผลไม้ รวมทั้งอาหารแล้ว ยังมีพืชอื่นๆ อย่างขมิ้น บอระเพ็ด กระเจี๊ยบเขียว มะเขือพวง ตำลึงและว่านหางจระเข้ รวมถึงพืชมหัศจรรย์อย่างถั่งเช่าที่สามารถรับประทานเพื่อบรรเทาอาการโรคเบาหวานได้ fast-food-unhealthy-eating

4.ลดของหวานและแป้ง

วิธีลดน้ำตาลในเลือด นอกจากจะต้องคุมอาหารแล้ว ควรลดการบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตลงด้วย ซึ่งหากต้องการลดน้ำตาลในเลือดที่จะทำให้ยังสามารถกินแป้งได้อยู่ก็คือการเปลี่ยนจากข้าวขาวมาเป็นข้าวกล้อง หรือข้าวไม่ขัดสี และเลิกกินขนมปังขัดขาวมากินเป็นโฮลวีทหรือขนมปังธัญพืชแทน แต่อย่าลืมจำกัดปริมาณการรับประทานให้เหมาะสมด้วย มื้อไหนเลือกจะกินข้าวก็ให้งดขนมปัง ส่วนมื้อไหนอยากกินขนมปังก็ต้องลดปริมาณข้าวลงด้วย นอกจากนี้อาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบประเภทเบเกอร์รี่ ขนมหวานต่างๆ ก็ควรลดลงแล้วหันมาทานผลไม้แทนจะดีกว่า เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังไม่ทำให้น้ำหนักขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดที่ลดลงได้อีกด้วย

selection-healthy-food-heart-life-concept

5.เลือกทานผักไม้

หากไม่อยากให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งจนอาจเกิดอันตราย หันมาพยายามกินผักให้มากๆ ซึ่งถือว่ามีใยอาหารสูงและไขมันที่ต่ำ เพราะไฟเบอร์จากผักจะช่วยชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งจากอาหารที่ทานเข้าไปได้ดีกว่า ส่งผลให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดจะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยเฉพาะผักที่มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้อย่าง ผักบุ้ง ผักใบเขียวทุกชนิด เมล็ดฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ ข้าวโอ๊ต ซึ่งจะช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกาย และลดไตรกลีเซอไรด์ ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นโรคเบาหวานได้อีกด้วย นอกจากผักแล้วที่ขาดไม่ได้ก็คือผลไม้ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ลสดๆ แอพริคอตแห้ง ส้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ควรหลีกเลี่ยงผลไม้กระป๋องหรือผลไม้แช่แข็งที่ใส่น้ำตาลเพิ่ม หากเบื่อแบบทานสดๆ ก็สามารถนำไปทำเมนูตำผลไม้ หรือสลัดผลไม้ราดด้วยโยเกิร์ตไขมันต่ำดูสิ แค่นี้ก็จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดและยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย delicious-breakfast

6.กินอาหารมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น

การรับประทานอาหารมื้อใหญ่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายได้รับน้ำตาลจากอาหารมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นด้วย ดังนั้นเพื่อเป็นการลดระดับน้ำตาลในเลือดจากอาหารแต่ละมื้อที่เราจะรับประทาน แพทย์ก็แนะนำให้แบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อย ๆ สัก 5-6 มื้อ กินในปริมาณน้อย ๆ แต่กินให้บ่อยขึ้นนั่นเอง

drink-water-womans-hand-pouring-fresh

7.จิบน้ำบ่อย ๆ

เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเพิ่มน้ำตาลในเลือดมากเกินไป และไม่ทำให้เลือดข้นเกินไป ควรหันมาดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ในลักษณะของการจิบน้ำบ่อยๆ ซึ่งการปล่อยให้ตัวเองรู้สึกกระหายน้ำอาจทำให้คุณหันไปดื่มน้ำหวานหรือน้ำอัดลมเพื่อเพิ่มความชื่นใจได้ เพื่อให้ร่างกายได้เติมความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องตลอดวัน หันมาดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ตับทำหน้าที่ในการขับน้ำตาลส่วนเกินในเลือดออกไปทางปัสสาวะได้ด้วย

man-sleeping-on-white-bad

8.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ใครที่ต้องการจะลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ผลก็ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งและทำให้เรารู้สึกอยากกินของหวานๆ มาเพิ่มความสดชื่นให้ตัวเอง ทำให้เสี่ยงต่อภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงและยังเสี่ยงภาวะอ้วนด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคเบาหวาน หรือความดันโลหิต หรือแม้แต่ไม่ได้เป็นโรคใดๆ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอย่อมเป็นปัจจัยส่งเสริมให้สุขภาพดีได้ทั้งสิ้น เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและห่างไกลจากโรคต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน วิธีลดน้ำตาลในเลือด คือการนอนพักผ่อนให้เพียงพอและไม่ควรนอนดึก เพราะช่วงเวลากลางคืนระบบต่างๆ ในร่างกายจะทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งฮอร์โมนต่างๆ ก็จะหลั่งออกมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อส่งผลทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และไม่อ่อนเพลียง่าย เมื่อนอนหลับอย่างเพียงพอก็จะส่งผลให้อารมณ์สดใส ไม่เครียด ไม่ส่งผลต่อภาวะความหิว ซึ่งถือเป็นอีกวิธีที่แม้จะเป็นทางอ้อมแต่ก็จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดลงได้อย่างแน่นอน man-thinks-very-intensely-having-headache

9.ไม่เครียด !

ความเครียดถือเป็นปัจจัยกระตุ้นระดับน้ำตาลในเลือด ความเครียดจะทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกหิวของหวาน และฮอร์โมนกลูคากอน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและเพิ่มกลูโคสในกระแสเลือดจะหลั่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเฉียบพลัน หากต้องการจะลดระดับน้ำตาลในเลือด พยายามอย่าทำให้ตัวเองเครียด โดยหากเกิดอาการเครียดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็จะต้องรีบจัดการกับความเครียดด้วยการ หันไปทำกิจกรรมที่สนุกขึ้น การฟังเพลง ดูหนัง หรือคุยกับเพื่อน เพราะหากเกิดสภาวะเครียดสะสมจะทำให้ปล่อยฮอร์โมนที่เป็นตัวหยุดการทำงานของอินซูลินออกมา ฉะนั้นจึงต้องรีบกำจัดปัญหาเครียดๆ ในชีวิตออกไปให้เร็วที่สุด หรือแม้แต่การลดงานที่ทำลงอีกสักหน่อย หรือจะหันมาใช้วิธีออกกำลังกายคลายเครียด รวมทั้งการนั่งสมาธิ หรือเล่นโยคะก็จะช่วยได้แน่นอน cup-ginger-tea-hot-steam-moisture

10.ดื่มน้ำขิงเป็นประจำ

ขิงมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งสารในขิงก็ยังส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของปริมาณอินซูลิน ทำให้สามารถนำขิงมารับประทานเพื่อบำรุงร่างกายและรักษาโรคเบาหวานได้อีกทาง ซึ่งการรับประทานขิงเพื่อลดน้ำตาลในเลือดนั้น ทำได้โดยการฝานเหง้าขิงสด 1 เหง้า นำมาต้มกับน้ำ 1 หม้อเล็ก ตั้งไว้พออุ่นๆ แล้วจิบเป็นน้ำขิงก่อนนอน จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้

fat-man-checking-out-his-weight

11.ลดความอ้วน

คนที่รู้ตัวว่าอ้วนและมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ควรลดน้ำหนักด่วน เพราะความอ้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หากทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ การลดน้ำหนักจะทำให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นและยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานลงได้อีกด้วย

อบเชย

12.สารสกัดจากอบเชย

อบเชย หรือชินนามอน มีส่วนช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งถือว่าอบเชยเป็นสมุนไพรที่มีสารสำคัญที่จะช่วยเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินในร่างกาย โดยจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง แค่เพียงโรยผงอบเชยลงในอาหารที่รับประทานเป็นประจำหรือจะทานแบบสมุนไพรสกัดชนิดแคปซูลก็จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดลงได้เช่นกัน   นอกจากนี้วิธีลดน้ำตาลในเลือด ด้วยการใช้สมุนไพรอย่างถั่งเช่ายังสามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานได้อีกด้วย เพราะสารคอร์ไดเซปิน (Cordycepin) สารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) เบต้ากลูแคน (Beta glucan) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ในถั่งเช่าซึ่งสามารถช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลในเลือด และช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ทานถั่งเช่าวันละ 3 กรัมก็จะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95 % เลยล่ะ..แค่นี้ก็หมดปัญหาเรื่องน้ำตาลในเลือดสูงแล้ว..
12 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ต้องลอง!!หากไม่อยากเสี่ยงอันตรายจากโรคเบาหวาน!
12 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ต้องลอง!!หากไม่อยากเสี่ยงอันตรายจากโรคเบาหวาน! 2

การเลือกวิธีลดน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานมีน้ำตาลในเลือดลดลง แม้ว่าโรคเบาหวานจะเกิดจากพันธุกรรมหรื

Editor's Rating:
0