ประโยชน์ของใบแปะก๊วย พืชโบราณที่มีใบสีเขียวรูปทรงแปลกตา มาพร้อมสรรพคุณอันยิ่งใหญ่

ใบแปะก๊วย

หากจะให้พูดถึงพืชสมุนไพรเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบประเทศจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงก็น่าจะเป็นแปะก๊วย พืชพื้นเมืองเก่าแก่ที่มีการนำมาใช้งานเป็นสมุนไพรมากันตั้งแต่สมัยโบราณ มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสมองและช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นสมุนไพรแล้วก็ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย วันนี้เราจึงจะพาไปรู้จักกับพืชพื้นเมืองเก่าแก่พร้อมประโยชน์ของใบแปะก๊วยกันให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

1. ข้อมูลทั่วไปของแปะก๊วย

​แปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดมาจากทางแถบตะวันออกของประเทศจีน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ginkgo bilobaL. ชื่อภาษาอังกฤษคือ Maidenhair tree สำหรับแปะก๊วยนั้นเป็นพืชโบราณที่มีหลักฐานทางโบราณคดีว่าถือกำเนิดมาเมื่อราว 180 ล้านปีในยุคจูราสสิค แล้วจากปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ จึงทำให้พืชในตระกูล Ginkgo สูญหายไปจนเหลือเพียงแค่แปะก๊วยชนิดเดียว โดยถูกพบหลงเหลืออยู่ในประเทศจีนและถูกนำมาใช้เป็นพืชสมุนไพรสำหรับใช้รักษาโรคมากว่า 4,000 ปี และได้มีการนำต้นแปะก๊วยไปปลูกในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี รวมถึงนำไปปลูกในยุโรปและอเมริกาในภายหลัง

กิงโกะ

​แปะก๊วยนั้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่อาจมีความสูงได้ถึง 40 เมตร โดยต้นที่ต่อเต็มที่อาจมีเส้นรอบวงถึง 7 เมตรเลยทีเดียว ลักษณะของใบจะเป็นใบเดี่ยวมีรูปร่างคล้ายพัด กว้าง 5-10 เซนติเมตร ก้านใบยาว ใบแก่มีรอยหยักเว้าตรงกลาง ออกใบเวียนสลับกันหรือออกเป็นกระจุกอยู่ตามปลายกิ่ง เส้นใบเรียงขนานกันเป็นจำนวนมาก ใบอ่อนจะมีสีอ่อนและเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อโตเต็มที่ และจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองในฤดูใบไม้ร่วง ดอกของแปะก๊วยจะแยกออกเป็นดอกตัวผู้และตัวเมียโดยอยู่คนละต้นกัน ดอกตัวผู้ออกดอกเป็นช่อยาว ส่วนดอกตัวเมียจะออกเป็นกระจุกอยู่ที่ปลายกิ่ง โดยต้นแปะก๊วยจะออกดอกในฤดูใบไม้ผลิในต้นที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ผลของแปะก๊วยมีสีเหลืองลักษณะกลมรี ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ชั้นนอกหุ้มด้วยด้วยเนื้อที่มีกลิ่นเหม็น ภายในมีเมล็ดรูปกลมรี มีเปลือกแข็งหุ้ม เนื้อในเมล็ดมีสีเหลืองอ่อนสามารถรับประทานได้ โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยารักษาโรคในปัจจุบันคือส่วนใบ ที่ได้จากการสกัดเอาสารสำคัญออกมาใช้ หรือนำใบมาต้มดื่มเป็นยาชงโดยตรง

2. สารสำคัญที่พบในใบแปะก๊วย

แปะก๊วยนั้นเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ในประเทศจีนมากว่า 4,000 ปี โดยช่วงแรกจะเป็นการใช้เนื้อในเมล็ดมาเป็นยาช่วยย่อยอาหาร และใช้เนื้อในเมล็ดที่กระเทาะเปลือกออกแล้วนำมาต้มกับน้ำตาลเป็นของหวานหรือนำมาคั่วรับประทาน และยังเอามาใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง ส่วนเนื้อชั้นนอกก็นิยมนำมาใช้ทำสบู่ สำหรับการนำใบแปะก๊วยมาใช้เป็นยาสมุนไพรนั้นก็เริ่มต้นในช่วงศตวรรษที่ 16  โดยตำรายาของจีนได้ระบุให้ใช้ยาชงจากใบแปะก๊วยนำมาสูดดมเพื่อรักษาโรคหืด โรคเกี่ยวกับปอดและโรคหัวใจ ต่อมาในปัจจุบันจึงได้มีการผลิตยาจากสารสกัดใบแปะก๊วยออกมาจำหน่ายรวมไปถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อใช้รักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด

​สำหรับองค์ประกอบทางเคมีหรือสารสำคัญในใบแปะก๊วยก็มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่สารออกฤทธิ์ที่สำคัญก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่มก็คือ สารกลุ่มเทอร์ปีนอยด์ (TerpinoidalCompounds) และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)

​สารกลุ่มเทอร์ปีนอยด์ (Terpinoidal Compounds) ในใบแปะก๊วยจะประกอบไปด้วยสารเซสควิเทอร์ปืน ได้แก่ไบโลบาไลด์ (bilobalide) และไดเทอร์บีนแลคโตน 5 ชนิด ได้แก่ ginkgolides A, B, C, 3 และ M รวมเรียกว่า “กิงโกไลด์”(ginkgolides)

​สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ในใบแปะก๊วยมีอยู่ประมาณ 20 ชนิด และยังมีสารจำพวก biflavonoids หลายชนิด อาทิ amentoflavone, ginkgetin, isoginkgetin และ sciadopitysinซึ่งเป็นสารที่พบเฉพาะในใบแปะก๊วยเท่านั้น

​นอกจากนี้ใบแปะก๊วยยังมีสารจำพวก sitosterol, aliphaticalcohol และ ketone รวมไปถึงกรดอินทรีย์ และน้ำตาล เช่น กลูโคส ฟรุคโตส และแซคคาโรส ส่วนเนื้อในเมล็ดของผลแปะก๊วยก็จะมีสารแคมเปสเตอรอล (campesterol) ซึ่งเป็นสารจำพวกสเตอรอยด์ รวมทั้งมีกรด ginkgolic และ isoginkgolic ซึ่งเป็นสารพวกเบนชินอยด์อีกด้วย

3. ประโยชน์ของแปะก๊วยทางเภสัชวิทยา

​สำหรับสารสกัดใบแปะก๊วยนั้นก็มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหรือสรรพคุณทางยามากมายเลยทีเดียว ซึ่งก็ได้มีการศึกษาและทดลองทั้งในคนและสัตว์เอาไว้เป็นจำนวนมาก โดยมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่สำคัญและมีการนำมาใช้ในการรักษาโรคดังนี้ก็คือ

​การต้านอนุมูลอิสระ สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์กว่า 20 ชนิดในใบแปะก๊วยนั้นสามารถลดปริมาณการผลิตอนุมูลอิสระ ป้องกันเม็ดเลือดแดงและป้องกัน LDL จาก oxidative damage และสามารถป้องกันจอประสาทตาหรือเรตินาจาก lipoperoxidation ได้

​ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกร็ดเลือด สารสำคัญในใบแปะก๊วยก็คือ ginkgolides B ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์แรงที่สุดในกลุ่ม ginkgolides จะเป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้ง PAF (platelet aggregating factor) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเกาะตัวของเกร็ดเลือด การเกิดลิ่มเลือด รวมถึงปฏิกิริยาการเกิดอาการบวมและอาการแพ้

​เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตไปยังสมอง มีการวิจัยพบว่าสารสกัดใบแปะก๊วยมีผลในการเพิ่มปริมาณโลหิตที่ไปเลี้ยงสมอง จึงทำให้อาการต่าง ๆที่ เกิดจากโลหิตไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอนั้นดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้การศึกษาในผู้ป่วยที่มีอาการขาดโลหิตไปเลี้ยงสมองก็พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความจำดีขึ้น มีสมาธิในการทำงานเพิ่มขึ้น รวมไปถึงมีความสามารถในการปรับตัวและการตัดสินใจที่รวดเร็วและดีขึ้น

​กระตุ้นระบบไหลเวียนของโลหิต สารสกัดจากใบแปะก๊วยมีผลในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งจากการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตันพบว่าเมื่อได้รับสารสกัดจากใบแปะก๊วยก็จะช่วยทำให้ผู้ป่วยสามารถเดินได้ไกลขึ้น และสามารถเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตที่ผิวหนังได้ดีขึ้น

​ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ มีงานวิจัยพบว่าสารสกัดของใบแปะก๊วยทำให้หนูขาวสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น และการทดลองในหนูถีบจักรก็พบว่ามีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ดีขึ้นอีกด้วย

​ช่วยให้ความจำดีขึ้น การทดลองให้สารสกัดจากใบแปะก๊วยในหนูถีบจักรพบว่าช่วยทำให้ความจำของสัตว์ทดลองนั้นดีขึ้น และเมื่อนำไปใช้ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ก็พบว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยนะช่วยทำให้ความจำของผู้ป่วยดีขึ้นได้ นอกจากนี้ก็ยังช่วยยับยั้งการเสื่อมของสมอง โดยมีการทดลองให้สารสกัดจากใบแปะก๊วยในผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองก็พบว่าอาการโดยรวมนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

​ช่วยเพิ่มการมองเห็น มีการทดลองให้สารสกัดจากใบแปะก๊วยแก่ผู้ป่วยที่มีอาการ senile macular degeneration ซึ่งอาจทำให้ตาบอดได้ พบว่าสามารถทำให้การมองเห็นของผู้ป่วยดีขึ้น และผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการเสื่อมของจอตาระยะเริ่มแรกก็พบว่าสามารถมองเห็นได้ดีขึ้น

​​

4. การรับประทานแปะก๊วย

​ประโยชน์ของแปะก๊วยนั้นก็เป็นได้ทั้งนำมาบริโภคเป็นอาหารทั่วไปตามปกติ อย่างเช่นการนำเมล็ดแปะก๊วยมาทำเป็นของหวาน การนำไปใส่ในบ๊ะจ่าง หรือนำไปประกอบอาหารอื่น ๆ ได้อีกหลายเมนู ในส่วนของการนำสารสกัดจากใบแปะก๊วยมาใช้ที่เราพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ก็จะมาในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยารักษาโรคทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณ ซึ่งสำนักคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยก็ได้มีการระบุข้อกำหนดในการใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยเอาไว้ก็คือ

​ในกรณีที่ใช้เป็นยาแผนปัจจุบัน สารสกัดจากใบแปะก๊วยจัดเป็นยาอันตราย ต้องขายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบัน และไม่ให้มีโฆษณาสรรพคุณต่อสาธารณะ โดยจะต้องมีข้อบ่งใช้ใช้สำหรับผู้ที่เป็นโรคเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ รวมทั้งโรคของหลอดเลือดในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนังผิดปกติ โดยให้รับประทาน 40 มิลลิกรัม วันละ 3-4 เม็ด

​ในกรณีที่ใช้สารสกัดแปะก๊วยเป็นยาแผนโบราณ ให้ขึ้นทะเบียนในลักษณะผสมกับสมุนไพรตัวอื่น ๆ ว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย และอนุญาตสรรพคุณของตำรับเป็นยาบำรุงร่างกาย

​ส่วนการใช้สารสกัดแปะก๊วยเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ก็จะต้องได้รับใบสำคัญการใช้ฉลากอาหาร โดยอนุญาตเฉพาะที่มีขนาดรับประทานไม่เกินวันละ 120 มิลลิกรัม และจะต้องไม่ระบุสรรพคุณใด ๆ ในการบำบัดรักษาโรคเลย

 

5. ข้อควรระวังในการรับประทานแปะก๊วย

ถึงแม้ว่าแปะก๊วยจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะตามคำแนะนำของสำนักคณะกรรมการอาหารและยา นอกจากนี้ฉลากของอาหารที่มีใบแป๊ะก๊วยและสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลาก โดยต้องแสดงข้อความดังต่อไปนี้ด้วยก็คือ “อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า” และ “เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน” ดังนั้นแน่นอนว่าผู้ที่มีภาวะเกี่ยวกับเลือดที่ไม่ปกติ ผู้ที่มีการใช้ยาในกลุ่มที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ป่วยที่มีความดันสูงหรือต่ำกว่าปกติ เด็กและสตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัวและรับประทานยาแผนปัจจุบันเป็นประจำจึงควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรับประทานแปะก๊วย

​เรียกได้ว่าแปะก๊วยนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถบริโภคได้ทั้งใบและผล และยังสามารถใช้รักษาโรคได้หลายชนิด แต่อะไรที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็มักจะไม่ค่อยดี ดังนั้นจึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของใบแปะก๊วย พืชโบราณที่มีใบสีเขียวรูปทรงแปลกตา มาพร้อมสรรพคุณอันยิ่งใหญ่
ประโยชน์ของใบแปะก๊วย พืชโบราณที่มีใบสีเขียวรูปทรงแปลกตา มาพร้อมสรรพคุณอันยิ่งใหญ่ 1

หากจะให้พูดถึงพืชสมุนไพรเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบประเทศจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงก็น่าจะเป็นแปะก๊วย พืชพื้นเมืองเก่า

Editor's Rating:
0