5 สิ่งของเห็ดหลินจือแดงที่คุณอาจจะยังไม่รู้

เห็ดหลินจือแดง

หากจะให้พูดถึงสมุนไพรที่มีสรรพคุณอันดีเยี่ยมและเป็นที่รู้จักกันมาสักหนึ่งชื่อ เชื่อได้ว่าชื่อของเห็ดหลินจือแดง น่าจะเป็นตัวเลือกในใจอันดับต้น ๆ ของใครหลายต่อหลายคนเลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะว่าเห็ดหลินจือนั้นเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณอันยอดเยี่ยมและมีการนำมาใช้กันอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นวันนี้เราจึงจะพามาทำความรู้จักกับเห็ดหลินจือ สุดยอดแห่งสมุนไพรชนิดนี้กันโดยละเอียด

1. ถิ่นกำเนิดของเห็ดหลินจือแดง

เห็ดหลินจือแดง (Ling-zhi) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทยูคาริโอต (Eukaryote) ในอาณาจักร Fungi โดยเป็นราขนาดใหญ่ที่สามารถพบได้ทั่วโลก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum จัดอยู่ในวงศ์ Ganodermataceae มีชื่อสามัญว่า Lingzhi mushroom หรือ Reishi mushroom ในประเทศจีนจะเรียกว่า หลิงชิง หรือหลินจือ สำหรับในประเทศไทยก็มีชื่อเรียกค่อนข้างหลากหลายอย่างเช่น เห็ดแม่เบี้ยงูเห่า เห็ดกระด้าง เห็ดนางกวัก เห็ดหั้งขอ เห็ดจวักงู เป็นต้น โดยลักษณะของเห็ดหลินจือก็จะเป็นเห็ดกระด้างที่มีลักษณะรูปร่างคล้ายกับเนื้อไม้ สามารถพบได้ทั่วไปในพื้นที่ที่มีระดับความสูงกว่าน้ำทะเล 1000 เมตร อุณหภูมิอยู่ในช่วงระหว่าง 8-38 องศาเซลเซียส โดยจะขึ้นอยู่ตามท่อนไม้หรือตอไม้ผุพังในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเห็ดหลินจือนั้นไม่มีคลอโรฟิลล์จึงไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยการขึ้นตามต้นไม้หรือท่อนไม้ผุพังเพราะจะใช้วิธีการสร้างเอนไซม์ในการสลายเนื้อไม้เพื่อนำมาเป็นอาหารนั่นเอง โดยเห็ดหลินจือนั้นก็มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมากกว่าร้อยสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่นิยมนำมาทำเป็นสมุนไพรมากที่สุดก็คือสายพันธุ์สีแดงเพราะมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุดนั่นเอง

2. ประวัติความเป็นมาของเห็ดหลินจือ

ต้องบอกว่าเห็ดหลินจือนั้นเป็นสมุนไพรที่ได้มีการนำมาใช้งานเป็นระยะเวลายาวนานกว่าสองพันปีแล้ว โดยได้มีหลักฐานเป็นการบันทึกในคัมภีร์จีนโบราณในสมัยของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ที่กล่าวถึงการออกค้นหาพืชที่เป็นยาอายุวัฒนะที่มีชื่อว่าหญ้าเก้ากิ่ง ซึ่งลักษณะของหญ้าเก้ากิ่งที่ได้บรรยายเอาไว้ก็มีลักษณะคล้ายกับเห็ดหลินจืออยู่ค่อนข้างมาก จึงทำให้มีการสันนิษฐานว่าหญ้าเก้ากิ่งที่บันทึกไว้ในคัมภีร์นั้นน่าจะเป็นเห็ดหลินจือนั่นเอง ต่อมาในสมัยราชวงศ์ฮั่น เห็ดหลินจือก็เริ่มได้รับความนิยมเป็นอย่างมากถึงขนาดที่ว่าหากใครค้นพบเห็ดหลินจือแล้วนำขึ้นถวายก็จะได้รับรางวัลและมีการจัดฉลองอย่างยิ่งใหญ่กันเลยทีเดียว แต่หลักฐานที่ชัดเจนมากที่สุดก็คือบันทึกของตำราสมุนไพรฉบับแรกของจีนที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ชื่อว่า “เสินหนงเปิ่นเฉ่าจิง” ที่ได้กล่าวถึงสรรพคุณของสมุนไพรหลายชนิด โดยจะแบ่งเป็นยาชั้นสูงที่เอาไว้สำหรับบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันความแก่ชราอยู่ด้วยกัน 120 ชนิด โดยพบว่ามีเห็ดหลินจืออยู่ในยาชั้นสูงนี้ถึง 6 ชนิดด้วยกัน และก็ได้มีการใช้เห็ดหลินจือในฐานะของยาอายุวัฒนะกันเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 2000 เห็ดหลินจือก็ได้รับการบรรจุเอาไว้ในเภสัชตำรับจีนปี 2000 (Pharmacopoeia of the People’s Republic of China 2000) อย่างเป็นทางการ

เห็ดหลินจือแดง

3. ประโยชน์ของเห็ดหลินจือและการนำไปใช้

ในเห็ดหลินจือมีสารอาหารที่เชื่อกันว่าช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพอยู่มากมายเลยทีเดียว โดยในเห็ดหลินจือก็จะมีสารอาหารต่าง ๆ ได้แก่โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน รวมไปถึงวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญที่มีสรรพคุณทางยาอีกมากมาย แต่ด้วยความที่ตัวเห็ดหลินจือแดงที่นิยมนำมาใช้นั้นมีรสขม การนำมารับประทานจึงต้องมีการแปรรูปเสียก่อน โดยผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือที่เรามักพบเห็นกันอยู่ทั่วไปในท้องตลาดก็จะผลิตมาจากส่วนต่าง ๆ ของเห็ดหลินจือ ไม่ว่าจะเป็นดอกเห็ดหลินจือ สปอร์ของเห็ดหลินจือ และเส้นใยของเห็ดหลินจือ โดยจะมีทั้งการแปรรูปทั้งแบบที่เป็นสารสกัดจากเห็ดหลินจือและการแปรรูปเห็ดหลินจือโดยตรง อย่างเช่น เห็ดหลินจือแบบฝานเป็นชิ้นหรือดอกเห็ดทั้งดอก ดอกเห็ดหลินจือบดเป็นผงบรรจุแคปซูลหรืออัดเม็ด ชาเห็ดหลินจือ รวมไปถึงอาหารเสริมที่ใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือมาเป็นส่วนประกอบหลักเป็นต้น แต่การนำสปอร์ของเห็ดหลินจือมาใช้จะต้องมีการกระเทาะผนังหุ้มออกเสียก่อน เพราะร่างกายของคนจะไม่สามารถย่อยผนังหุ้มสปอร์ได้นั่นเอง โดยวิธีที่เราสามารถรับประทานเห็ดหลินจือได้อย่างง่าย ๆ ก็เพียงแค่นำเห็นหลินจือมาฝานบาง ๆ นำไปต้มในน้ำเดือด แล้วนำมาดื่มแทนน้ำได้เลย

4. สรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือ

อย่างที่เราทราบกันแล้วว่าเห็ดหลินจือนั้นเป็นสมุนไพรที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานและมีคุณสมบัติในการเป็นยาอายุวัฒนะมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยในเภสัชตำรับของสาธารณรัฐประชาชนจีนระบุสรรพคุณของเห็ดหลินจือเอาไว้ว่าเป็นยาบำรุงร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น และช่วยรักษาโรคหัวใจ นอกจากนี้ก็ยังมีรายงานทางการแพทย์ออกมาว่าเห็ดหลินจือนั้นมีสรรพคุณในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง ช่วยลดอาการปวดในผู้ป่วยที่ติดเชื้องูสวัด และผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ อีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากสารสำคัญในเห็ดหลินจือนั้นจะประกอบด้วย

  • สารกลุ่ม polysaccharides มีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยยับยั้งเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง
  • สารกลุ่ม triterpenoids มีสรรพคุณในการการการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ บรรเทาอาการไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่
  • สารในกลุ่ม sterols ที่ช่วยลดความเป็นพิษของสารต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตับ
  • สารกลุ่ม Nucleotide ช่วยบรรเทาปวด ป้องกันลิ่มเลือด ลดความเสี่ยงในการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัส
  • สารกลุ่ม Alkaloids มีฤทธิ์กระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ
  • สาร Glycoprotiens มีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ระงับอาการไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ ลดการอักเสบ ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ชะลอความแก่
  • สาร Gemanium ช่วยบำรุงร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงประสาท สมอง และหัวใจ
  • สาร Eritadenine ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือด

5. ข้อควรระวังในการใช้เห็ดหลินจือ

แม้ว่าจะมีงานวิจัยบอกว่าเห็ดหลินจือนั้นมีความปลอดภัยในการรับประทานและยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อรับประทานเห็ดหลินจือมากเกินไป แต่จะพบอาการเล็กน้อยอยู่บ้างอย่างเช่น อาการง่วงนอน กระหายน้ำ ปวดท้อง ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย มีผื่นแพ้ เหงื่อออกมาก ปวดหัว เลือดกำเดาไหล เวียนหัว เป็นต้น ดังนั้นถ้าหากใครรับประทานเข้าไปแล้วมีอาการดังกล่าวก็ควรหยุดรับประทานเห็ดหลินจือเสียก่อน นอกจากนี้ในกลุ่มของคุณแม่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมลูก ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ เลือดไม่แข็งตัวหรือเลือดออกผิดปกติ โรคภูมิแพ้ตัวเอง ผู้ที่กำลังจะผ่าตัด รวมไปถึงผู้ที่มีการรับประทานยาอยู่เป็นประจำหรือเพื่อรักษาอาการป่วย ไม่ควรรับประทานเห็ดหลินจือเป็นอันขาดเพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
แน่นอนว่าสมุนไพรนั้นก็มีทั้งประโยชน์และโทษ ดังนั้นการรับประทานเห็ดหลินจือจึงควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และสำหรับการเลือกรับประทานเห็ดหลินจือจะต้องมั่นใจได้ว่าแหล่งที่มาของเห็ดหลินจือนั้นมาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย ตั้งแต่กระบวนการเพราะปลูก ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว การแปรรูป จนกระทั่งมาถึงมือคุณ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเห็ดหลินจือที่คุณรับประทานเข้าไปนั้นจะเข้าไปช่วยทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุดโดยที่ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ตามมาในภายหลัง

5 สิ่งของเห็ดหลินจือแดงที่คุณอาจจะยังไม่รู้
5 สิ่งของเห็ดหลินจือแดงที่คุณอาจจะยังไม่รู้ 1

หากจะให้พูดถึงสมุนไพรที่มีสรรพคุณอันดีเยี่ยมและเป็นที่รู้จักกันมาสักหนึ่งชื่อ เชื่อได้ว่าชื่อของเห็ดหลินจือแดง น่าจะเป็นตัวเลือกในใจอันดับต้น ๆ ของใครหลายต

Editor's Rating:
5